การอาชีวศึกษากับการเข้าสู่อาเซียน


          1.เผยแพร่องค์ความรู้เพื่อเตรียมความพร้อมของกำลังคนอาชีวศึกษา จัดกิจกรรม และสร้างบรรยากาศของความเป็นประชาคมอาเซียนในสถานศึกษาสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ ผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา และข้าราชการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนความรู้

          2. พัฒนาสมรรถนะกำลังคนให้มีมาตรฐานเทียบเท่าอาเซียน เช่น การพัฒนาหลักสูตร การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ การพัฒนาศักยภาพของสถานศึกษาการยกระดับความสามารถของครูการพัฒนาสมรรถะผู้เรียน

          3. ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางจัดการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพของอาเซียน เช่น การเป็นศูนย์กลางความร่วมมือในการจัดอาชีวศึกษาและฝึกอบรมในอาเซียน

          4. บริหารจัดการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ และพัฒนาฐานข้อมูลกำลังคนด้านอาชีวศึกษาในอาเซียน เช่น การแลกเปลี่ยนผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา นักเรียนนักศึกษา เป็นต้น การส่งเสริมกลไกการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ

          5. กำหนดคุณลักษณะนักศึกษาที่จบอาชีวศึกษา เช่น สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษในระดับดี สามารถใช้ IT ในการสื่อสารและค้นคว้าข้อมูล ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานผ่านกระบวนการฝึกประสบการณ์เป็นผู้ประกอบการ



ประเทศเนการาบรูไนดารุสซาลาม


           โครงการภายใต้บันทึกความตกลงด้านการศึกษาไทย-บรูไน ที่ประเทศบรูไน โดยในการประชุมดังกล่าวได้มีการนำเสนอแนวโน้มและทิศทางนโยบายด้านการศึกษาของสองประเทศ และติดตามผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ซึ่งในส่วนของประเทศไทยนั้น สำนักงานปลัด ศธ. ได้เสนอ ได้แก่ 1.โครงการเสวนานโยบายการศึกษาระหว่างไทยและเนการาบรูไนดารุสซาลาม 2.โครงการร่วมมือระหว่างโรงเรียนทวิภาษา 3. โครงการเสริมสร้างศักยภาพสำหรับผู้บริหารการศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ขณะที่บรูไนได้เสนอ 3 โครงการเช่นกัน ได้แก่ โครงการแลกเปลี่ยนเพื่อสร้างเครือข่ายในการจัดเก็บข้อมูลทางการศึกษา 2.โครงการแลกเปลี่ยนเพื่อสร้างเครือข่ายระหว่างวิทยาลัยอาชีวศึกษา 3.โครงการค่ายเยาวชนเพื่อสร้างผู้นำเยาวชนสำหรับสภานักเรียน

   โรงเรียนอาชีวศึกษา นาโกดา รากัม ซึ่งเป็นโรงเรียนเทคนิคและโรงเรียนอาชีวศึกษาชั้นนำแห่งหนึ่งของเนการาบรูไนดารุสซาลาม โดยโรงเรียนอาชีวศึกษาแห่งนี้ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2533 เปิดรับนักเรียนี่จบมัธยมศึกษาปีที่ 3 เพื่อเข้าเรียนต่อระดับประกาศนียบัตร และมีความโดดเด่นในสาขามัณฑนศิลป์ การก่อสร้างและงานสุขาภิบาล ปัจจุบันมีนักเรียนจำนวน 606 คน และครู 92 คน ทั้งนี้ได้มีการแลกเปลี่ยนถึงการจัดการศึกษาอาชีวศึกษาของไทย และบรูไน ซึ่งโรงเรียนแห่งนี้มีความสนใจที่จะร่วมมือ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับวิทยาลัยอาชีวศึกษาของไทยด้วย


ราชอาณาจักรกัมพูชา


          ไทยและกัมพูชาได้มีการแลกเปลี่ยนความร่วมมือด้วยดีมาโดยตลอดที่ผ่านมา ระบบการศึกษามีสัดส่วนผู้เรียนสายสามัญมากกว่าสายอาชีพ รัฐบาลจึงได้ให้ความสำคัญกับการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการจึงมีนโยบายสนับสนุนการศึกษาด้านอาชีวะมากขึ้น ด้วยการพยายามปรับภาพลักษณ์ของอาชีวศึกษาให้ดีขึ้น และทำให้ผู้ปกครองเกิดความเชื่อมั่นในการส่งบุตรหลานเข้ามาศึกษาต่อ ทั้งนี้ เนื่องจากการเรียนสายอาชีวศึกษาจะทำให้ผู้เรียนมีอาชีพติดตัวหางานทำได้ง่าย นอกจากนี้ ได้มีการจัดแผนการเรียนแบบทวิศึกษา คือ นักเรียนจะได้เรียนทั้งสายสามัญและสายอาชีวศึกษาในระดับมัธยมศึกษา ขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่ไทยกำลังปฏิรูปการศึกษา โดยได้ดำเนินการตามนโยบายลดเวลาเรียน (Moderate Class Mors Knowledge) โดยจะมีเวลาให้นักเรียนทำกิจกรรมเพิ่มการเรียนรู้ด้วยตนเองในช่วงเวลาประมาณ 14.00 น. เป็นต้นไป เพื่อทำให้ “ครูมีความสุข นักเรียนมีความสุข และผู้ปกครองมีความสุข”


สาธารณรัฐอินโดนีเซีย



          การศึกษาระดับมัธยมศึกษาทางวิชาชีพเหมาะสำหรับผู้ต้องการเข้าสู่วิชาชีพ สามารถแยกการศึกษานี้ออกเป็น 6 กลุ่มในสาขาวิชาชีพต่างๆ ดังนี้ คือ

  • เกษตรกรรมและการป่าไม้ 
  • เทคโนโลยีและอุตสาหกรรม 
  • ธุรกิจและการจัดการ 
  • ความเป็นอยู่ของชุมชน 
  • การท่องเที่ยว 
  • ศิลปะหัตกรรม
          การศึกษาระดับมัธยมศึกษาด้านศาสนา เป็นการจัดการศึกษาด้านศาสนาโดยเฉพาะ การศึกษาระดับมัธยมศึกษาแบบบริการ เป็นการจัดการศึกษาเพื่อเตรียมความรู้ความสามารถสำหรับผู้ที่จะเข้าเป็นพนักงานหรือข้าราชการ


สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว


          สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว แบ่งการจัดอาชีวศึกษาออกเป็น 3 ประเภท คือ หลักสูตรอบรมระยะสั้นและระยะยาวทั่วไป หลักสูตรสำหรับผู้จบระดับมัธยมต้น และหลักสูตรสำหรับผู้จบมัธยมปลาย สำหรับผู้จบมัธยมต้น รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการศึกษาทั้งหมดให้แก่นักเรียนในสาขาที่รัฐมีความต้องการสูง เพื่อจูงใจให้เด็กเข้าสู่ระบบของอาชีวศึกษาเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้ตอบสนองกับความต้องการในการพัฒนาประเทศ

การศึกษาในระดับอาชีวศึกษาของ สปป.ลาว จึงมุ่งเน้นการผลิตและพัฒนากำลังคนให้เป็นไปตาม “กรอบมาตรฐานคุณวุฒิแห่งชาติ (Nation Qualifications Framework - NQF) ซึ่งปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการร่วมกับกระทรวงแรงงานจัดให้มีการวัดมาตรฐานฝีมือแรงงานและสามารถให้การรับรองแล้วใน 27 สาขาวิชาชีพ ซึ่งทั้งหมดมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างมาตรฐานแรงงานเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในอนาคต

ผู้ที่จบอาชีวศึกษาจะมีค่าตอบแทนเป็นค่าวิชาชีพ หรือสมรรถนะอาชีพเพิ่มเติมจากเงินเดือนปกติ อาชีวศึกษาขอสปป.ลาวจึงยินดีที่จะร่วมมือกับอาชีวศึกษาไทยเพื่อช่วยพัฒนาและสร้างกำลังคนคุณภาพสู่ประชาคมอาเซียนด้วยรูปแบบอาชีวศึกษาทวิภาคี



เมียรมาร์


          ประเทศเมียนมาร์ มีโรงเรียนอาชีวศึกษาทั้งหมด 36 แห่งทั่วประเทศและทุกกระทรวงของประเทศเมียนมาร์ จะมีส่วนเข้ามาดูแลจัดการศึกษาอาชีวะได้ อาทิ กระทรวงการท่องเที่ยว จะดูแลโรงเรียนอาชีวศึกษาที่สอนด้านการท่องเที่ยว เป็นต้น ส่วนปัญหาหลักจะคล้ายกับประเทศไทย คือ มีจำนวนผู้เรียนในสายอาชีพน้อย และที่สำคัญเด็กที่เลือกเรียนในสายอาชีพส่วนใหญ่ เป็นเด็กที่เรียนไม่ค่อยเก่ง ขณะที่พ่อแม่เองไม่ส่งเสริมให้เรียนในสายอาชีพ เพราะห่วงว่าจะต้องมาอยู่หอพักและค่อนข้างไกล โดยขณะนี้ตัวเลขนักเรียนอาชีวศึกษาในเมียนมาร์ไม่ถึง 10% ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด และถึง 43 % ของจำนวนนักเรียนอาชีวะทั้งหมดเป็นผู้หญิง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจ ซึ่งปัญหาต่างๆ เหล่านี้ทางเมียนมาร์ก็กำลังแก้ไข โดยจะเริ่มจากการตั้งสภาอาชีวะขึ้น เพื่อดูแลการจัดการอาชีวศึกษาภายในเมียนมาร์ให้เป็นระบบ

         สอศ.จะเข้าไปช่วยพัฒนาการอาชีวศึกษาที่เมียนมาร์ นำร่องที่วิทยาลัย 2 แห่งตามแนวชายแดนของเมียนมาร์ คือ วิทยาลัยอาชีวศึกษาที่เมืองหรอยก่อ รัฐกะยา ใกล้กับ จ.แม่ฮ่องสอน และเมืองพะอัน รัฐกะเหรี่ยงใกล้กับ จ.ตาก โดยสอศ.จะช่วยพัฒนาการจัดการเรียนการสอนให้วิทยาลัยทั้ง 2 แห่ง อย่างครบวงจร ตั้งแต่ การพัฒนาหลักสูตร ออกแบบการเรียนการสอนในส่วนของเมียนมาร์ ทางสอศ.ขอให้ไปสำรวจความต้องการแรงงานในพื้นที่ว่าควรจะเปิดสอนในสาขาใดบ้าง เพื่อจะได้นำมาจัดทำหลักสูตรให้ถูกต้อง รวมทั้งจัดอบรมครูให้วิทยาลัยทั้งสองแห่งด้วย โดยจะเริ่มอบรมครูประมาณมีนาคม 2557 ที่ประเทศไทย



ประเทศฟิลิปปินส์


          ทางการฟิลิปปินส์ไม่อนุญาตให้ชาวต่างประเทศไปเรียนในระดับประถม มัธยม หรืออาชีวศึกษา ยกเว้นบุคคลที่ไปอยู่อาศัยในฐานะครอบครัวนักการฑูต หรือทำงาน หรือติดตามบิดามารดาไปศึกษา

        ระดับอุดมศึกษา เป็นการศึกษาในวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยเพื่อให้มีความรู้และประสบการณ์ในวิชาชีพชั้นสูง โดยมีหลักสูตรและสาขาวิชาที่เปิดสอนคล้ายคลึงกับสาขาที่เปิดสอนในสหรัฐอเมริกาหรือในประเทศไทย ในระดับนี้เป็นระดับที่อนุญาตให้ชาวต่างชาติไปศึกษาได้ระยะเวลาของการศึกษาระดับนี้



ประเทศเวียดนาม


          เวียดนาม ประเทศที่ได้รับฉายาว่า “เสือซุ่มแห่งอาเซียน” กำลังเจอปัญหาคล้ายคลึงกับประเทศไทย คือ ขาดบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญทางเทคนิดหรือทักษะฝีมือ คนเวียดนามนิยมเรียนสายอาชีวศึกษาน้อย ขณะที่สถานประกอบการที่มาลงทุนในประเทศต้องการบุคลากรด้านนี้มาก ดังนั้น หลังจากนี้จะมีการยกระดับความร่วมือจากระดับสถานศึกษากับสถานศึกษา เป็น ระดับสำนักงานกับสำนักงาน และระดับประเทศกับประเทศ


ประเทศมาเลเซีย



          รัฐบาลมาเลเซียได้กำหนดให้ทุกโรงเรียนเปิดสอนวิชาภาษาอังกฤษและภาษามาเลเซีย ขณะที่โรงเรียนประเภท SK จะต้องเปิดสอนวิชาภาษาจีนกลางหรือภาษททมิฬ หากได้รับการร้องของจากนักเรียนจำนวน 15 คน ขึ้นไป

          เมื่อนักเรียนเรียนถึงระดับชั้น Tear 6 จะต้องสอบกลาง Primary School Evaluation Test (Ujian Pencapaian Sekolah Rendah: “UPSR” นักเรียนทุกคนจะต้องสอบอย่างน้อย 5 วิชา ได้แก่ ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ความเข้าใจภาษามาเลเซียและการเขียนภาษามาเลเซีย โดยนักเรียนที่ศึกษาในโรงเรียนประเภท SJK จะต้องสอบวิชาความเข้าใจและการเขียนภาษาจีนกลางหรือภาษาทมิฬเพิ่มเติมดวยอีก 2 วิชา นอกจากนี้ เมื่อปี 2552 รัฐบาลมาเลเซียได้กำหนดให้นักเรียนทุกคนต้องสอบวัดความถนัดเพิ่มเติมนอกเหนือจาก UPSR ด้วย ทั้งนี้ นักเรียนทุกคนจะต้องสอบวิชาภาษามาเลเซียให้ผ่านจึงจะสามารถเข้าศึกษาต่อในโรงเรียนมัธยมศึกษาของรัฐได้ (นักเรียน SK จะได้รับข้อสอบวิชาภาษามาเลเซียที่มีระดับความสูงกว่านักเรียนจาก SJK โดยนักเรียนที่สอบวิชาภาษามาเลเซียได้ไม่ผ่าน จะต้องเข้าเรียนชั้นเรียนพิเศษ “remove class” เป็นเวลา 1 ปี) โดยแต่ละโรงเรียนจะให้คะแนน UPSR เป็นเกณฑ์ในการรับนักเรียนเข้าศึกษาต่อ


สาธารณรัฐสิงคโปร์


          สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ร่วมกับสถาบันการศึกษาทางด้านเทคนิค (Institute of Technical Edution ITE) สาธารณรัฐสิงค์โปร์ได้ลงนามบันทึกตกลงความร่วมมือเพื่อพัฒนาด้านอาชีวศึกษา สถาบัน ITE สาธารณรัฐสิงคโปร์ เป็นหน่วยงานที่จัดการศึกษาด้านอาชีวศึกษาที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับมี 3 วิทยาลัยในกำกับ ได้แก่ ITE College Central, ITE College East และ ITE College west โดยโครงการความร่วมือดังกล่าวนี้ มีระยะเวลา 5 ปี ซึ่งกรอบการทำงานร่วมกันประกอบด้วย 3 กิจกรรม ได้แก่

          1. การฝึกอบรมบุคลากรของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเพื่อยกรับคุณภาพด้านการศึกษาเทคนิคและอาชีวศึกษา และการฝึกอบรมในประเทศไทย

          2. การให้บริการให้คำปรึกษา

          3. การแลกเปลี่ยนนักศึกษาและบุคลากร